当前位置:首页 > 焦点

"เรืองไกร" ร้อง กกต.วินิจฉัยการสมัคร สส. ของ "เท่าพิภพ" ชอบด้วย กม.หรือไม่

เรืองไกรquotร้องกกตวินิจฉัยการสมัครสสของquotเท่าพิภพquotชอบด้วยกมหรือไม่

นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ผู้สมัคร สส. เขต 4 กทม. พรรคพลังประชารัฐ เดินทางมายื่นคำร้องให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง ดำเนินการตรวจสอบเพื่อวินิจฉัยว่ากรณีการสมัคร สส.เขต 33 กทม. ของนายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร ที่มาแทนนายบุญฤทธิ์ เรารุ่งโรจน์ ผู้ต้องหาคดีฟอกเงินยาเสพติด ชอบด้วย พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2560 หรือไม่ เพราะจากการตรวจสอบการลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคประชาชนของนายบุญฤทธิ์ เรารุ่งโรจน์ ซึ่งตามภาพข่าวไม่มีการลงลายมือชื่อและเลขที่รับ ตามขั้นตอนใน พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560 มาตรา 50

นายเรืองไกร กล่าวว่า ตนไม่ติดใจเรื่องการเปลี่ยนแปลงตัวผู้สมัคร สส. เขต 33 กทม.ของพรรคประชาชน หากเป็นการดำเนินการตามขั้นตอนโดยชอบด้วยกฎหมาย แต่หลังจากติดตามข่าวรวมถึงขั้นตอน ระเบียบ กฎหมายที่เกี่ยวข้อง พบว่า การที่นายบุญฤทธิ์ เรารุ่งโรจน์ ผู้สมัคร สส. กทม.เขต 33 คนเดิมผ่านการจับได้เบอร์ 11 แล้ว เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2568 ต่อมามีข่าวถูกจับในวันที่ 29 ธันวาคม 2568 ก่อนจะมีข่าวว่าลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรค และมีการสรรหาผู้สมัครใหม่ คือ นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร ภายในวันเดียวกัน เป็นไปอย่างรวดเร็วผิดปกติ เพราะในวันที่นายบุญฤทธิ์ ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมตัว ไม่มีปรากฏข่าวว่ามีใครได้เข้าพบนายบุญฤทธิ์ ขณะถูกควบคุมตัวหรือไม่ แต่กลับมีหนังสือขอลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคของนายบุญฤทธิ์บนเว็บไซต์ กกต. ในวันเดียวกัน โดยไม่มีการลงลายมือชื่อกำกับ จึงสงสัยว่า เป็นการลาออกโดยสมบูรณ์ตามมาตรา 27 พ.ร.ป.พรรคการเมือง พ.ศ.2560 หรือไม่ เพราะถ้ากระบวนการลาออกไม่ถูกต้องสมบูรณ์ กรณีนี้อาจต้องถือว่านายบุญฤทธิ์ ยังไม่เข้าข่ายเป็นผู้มีคุณสมบัติต้องห้ามตามกฎหมายว่าด้วยการเลือกตั้ง สส.

นายเรืองไกร กล่าวอีกว่า เมื่อไปตรวจสอบจากเว็บไซต์ กกต. ก็ไม่พบคำวินิจฉัยหรือคำพิพากษาศาลในกรณีที่คล้ายกันแต่อย่างใด กรณีนี้จึงยังหาข้อยุติเพื่อเป็นบรรทัดฐานไม่ได้ ดังนั้นจึงมาเสนอคำร้องให้ กกต.เป็นผู้วินิจฉัย รวมทั้งขอเรียกร้องให้พรรคประชาชนออกมาเปิดเผยขั้นตอนกระบวนการเปลี่ยนแปลงตัวผู้สมัคร สส.ให้ประชาชนรับทราบว่าเป็นไปตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องโดยสมบูรณ์หรือไม่

分享到: